เนื้อเรื่องย่อ harry potterเล่ม7 ละเอียดที่สุด credit อ๊อด จากเว็บhttp://www.medchula.com/question.asp?class=50&GID=140 (3)

ตอนที่ 11-15
บทที่ 11 – The Bribe

สองวันแล้ว ครีเชอร์ยังไม่กลับมา ผู้เสพความตายยังคงเดินเพ่นพ่านที่ถนน แต่ยังหาพวกเขาซึ่งซ่อนอยู่ในบ้านไม่พบ พวกเขาไม่ได้ข่าวจากข้างนอกเลย ซึ่งทำให้รอนหงุดหงิดมากเพราะเป็นห่วงทางบ้าน แต่แล้ว ลูปินก็มาที่นี่ แฮร์รี่เล่าเรื่องหลังจากงานแต่งงานให้ฟัง ซึ่งลูปินคิดว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะมีผู้เสพความตายรู้ที่อยู่ของแฮร์รี่ได้เร็วขนาดนั้น ถึงกับจะไปจับแฮร์รี่ที่ผับในเมืองมักเกิ้ล ลูปินแจ้งข่าวพวกเขาว่าตอนนี้พวกผู้เสพความตายและโวลดี้ยึดกระทรวงไว้แล้ว พวกนั้นทรมาน Scrimgeour ให้บอกที่ซ่อนแฮร์รี่ แต่ Scrimgeour ก็ไม่ยอมบอกแล้วก็ถูกสังหารในเวลาต่อมา ซึ่งทำให้ทั้งแฮร์รี่ช็อกทั้งตื้นตันใจ ถึงแม้เขาจะไม่ชอบ Scrimgeour แต่ Scrimgeour ก็ช่วยปกป้องเขาจนตาย พวกผู้เสพความตายยังตามหาแฮร์รี่อยู่ ทั้งไปบ้านพ่อแม่ของท็องค์ ให้คำสาปกรีดแทงทรมานให้บอกที่ซ่อน ค้นบ้านโพรงกระต่าย แต่ท้ายที่สุด ทุกคนยังปลอดภัย Daily Prophet ก็ถูกพวกโวลดี้ยืดครอง และลงข่าวข้อสงสัยเกี่ยวกับการตายของดัมเบิลดอร์ ซึ่งทำให้แฮร์รี่โกรธมาก รัฐมนตรีคนใหม่ของกระทรวงคือ Pius Thicknesse ซึ่งถูกคาถาสะกดใจอยู่ และกลายเป็นหุ่นเชิดของโวลเดอมอร์ในกระทรวง รวมทั้งการออกกฏลงทะเบียนพ่อมดแม่มดที่เกิดจากมักเกิ้ล (Muggle-Born Register) ที่กล่าวหาว่าพวกนี้ได้ขโมยพลังเวทมนต์มาใช้

ลูปินถามแฮร์รี่เรื่องที่ดัมเบิลดอร์ได้มอบหมายอะไรให้เขาทำ ลูปินต้องการจะช่วยและปกป้องแฮร์รี่ แต่แฮร์รี่ไม่ยอมบอกลูปินว่างานนั้นคืออะไร แฮร์รี่ยกเรื่องท็องก์ขึ้นมาพูด ซึ่งลูปินก็ดูเศร้าหนักกว่าเดิม เขาบอกว่าท็องก์กำลังจะมีลูก ทั้งสามคนเข้ามายินดีกับลูปินที่ดูไม่ยินดีด้วย และยังยืนยันขอจะร่วมกลุ่มด้วยอีก แต่แฮร์รี่ยังคงถามเขาเรื่องท๊องก์ ว่าเขาตั้งใจจะปล่อยให้ท๊องก์อยู่ที่บ้านพ่อแม่และทำไมถึงอยากไม่อยากอยู่กับลูกที่จะเกิดมา ลูปินหน้าซีด ตอบอย่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออกว่า มันเป็นเรื่องผิดพลาดที่แต่งงานกับท๊องก์ ซึ่งทำให้เธอกลายเป็นพวกถูกเนรเทศไปด้วยเพราะมาแต่งกับมนุษย์หมาป่า พ่อแม่ของเธอก็ไม่เห็นด้วย ไม่มีใครอยากคุยกับพวกเขา และลูกที่เกิดมาก็มีสิทธิ์เป็นเหมือนเขาก็ได้ ซึ่งทำให้เขารู้สึกผิดมากที่ทำให้เด็กบริสุทธิ์กลายเป็นมนุษย์หมาป่า แต่แฮร์รี่โกรธลูปินมากที่จะทิ้งท๊องก์กับลูก จนด่าลูปินว่าเป็นคนขี้ขลาด ลูปินซัดคาถากระแทกแฮร์รี่และออกจากที่นั่นไป เฮอร์ไมโอนี่บอกว่าแฮร์รี่ไม่ควรพูดแบบนั้น แฮร์รี่บอกว่า พ่อกับแม่ไม่ควรจะทิ้งลูกนอกจากจะจำเป็นจริง ๆ พออารมณ์เย็นลง แฮร์รี่บอกว่าเขาไม่ควรว่าลูปินว่าขี้ขลาดแม้เขาจะทำตัวแบบนั้นก็ตาม และหวังว่าเขาจะกลับไปหาท๊องก์

ในหนังสือพิมพ์ มีตัวอย่างหนังสือของริต้าเกี่ยวกับดัมเบิลดอร์ กล่าวถึงแม่และน้องสาวเมื่อมาอาศัยที่ Godric’s Hollow แล้วครีเชอร์ก็กลับมา พร้อมกับมันดันกัส ซึ่งเขายอมรับว่าตอนที่ถูกโวลดี้ไล่ตามเขาตกใจมากและไม่อยากตายจึงหายตัวหนีไป แฮร์รี่ถามเขาเรื่องล๊อกเก็ต ซึ่งมันดันกัสบอกว่าเขาไปขายของที่ตรอกไดแอกอน ผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาถามว่าเขาได้รับอนุญาตหรือเปล่าและจะเก็บค่าปรับเขา แต่เธอกลับชอบล็อกเก็ตแทน มันดันกัสเลยให้ล๊อกเก็ตเธอไป ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่าเธอคือใคร … เฮอร์ไมโอนี่เสกคาถาใส่มันดันกัส ที่หลังมือขวาของเขามีรอยแผลเป็น
บทที่ 12 – Magic is might

เลยเวลาเดินทางไปโรงเรียนด้วยรถไฟสายฮอกวอกต์แล้ว ทั้งสามยังคงซ่อนตัวอยู่ที่นี่โดยมีครีเชอร์ (ที่กลายเป็นด๊อบบี้เบอร์สอง) คอยรับใช้อย่างนอบน้อมและเต็มใจ รับข่าวสารข้างนอกจากหนังสือพิมพ์ที่แอบขโมยมา ซึ่งพาดหัวข่าวว่า เซเวอร์รัส สเนป ได้ขึ้นเป็นอาจารย์ใหญ่ที่ฮอกวอกต์ และรับสองพี่น้อง Carrows ที่เป็นผู้เสพความตาย มาเป็นอาจารย์วิชามักเกิ้ลศึกษากับป้องกันตัวจากศาสตร์มืด

พวกเขาวางแผนที่จะเข้าไปในกระทรวงเวทมนต์เพื่อหาล๊อกเก็ต ระหว่างคุยกัน แฮร์รี่เจ็บแผลเป็น และเห็นโวลเดอมอร์ฆ่าคนอื่นเพื่อตามหา Gregorovitch อีก เฮอร์ไมโอนี่เตือนให้แฮร์รี่ต้องระวังตัวและปิดกั้นไม่ให้โวลดี้เข้ามาแทรก แต่แฮร์รี่ไม่สนใจ เขาอยากรู้ว่าทำไมโวลดี้ต้องการ Gregorovitchพวกเขาโดยใช้น้ำยาสรรพรสปลอมตัวเป็นคนในกระทรวง เฮอร์ไมโอนี่ปลอมตัวเป็น Mafalda Hopkirk ตำแหน่งผู้ช่วยในแผนกตรวจสอบการใช้คาถาไม่ถูกไม่ควร (555 Improper Use of Magic Office ในเวอร์ชั่นไทยใช้ว่าอะไรคะ ไม่ทราบน่ะค่ะ เอิ๊กกก) รอนปลอมเป็น Reg Cattermole แผนกซ่อมแซม ส่วนของแฮร์รี่ ปลอมเป็นชายตัวสูงชื่อ Albert Runcorn (ซึ่งตอนแรกพวกเขาไม่รู้ว่าคือใคร) … ขณะที่พวกเขากำลังจะขึ้นไป ผู้เสพความตายคนหนึ่ง ชื่อ Yaxley ได้เรียกรอนในร่าง Cattermole ไว้ บอกว่าออฟฟิสเขาฝนตกมานานแล้ว และแปลกใจที่เห็นเขาตรงนี้ Yaxley บอกว่าเขากำลังจะลงไปสอบสวนเมียของ Cattermole ที่ไม่ใช่พวกเลือดบริสุทธิ์และ Cattermole ควรจะไปอยู่ข้าง ๆ เธอ และขู่ไว้ว่าถ้าออฟฟิสเขาไม่แห้งภายในหนึ่งชั่วโมง สถานะสายเลือดของเมีย Cattermole จะต้องย่ำแย่แน่ ๆ

รอนออกจากลิฟต์ที่ชั้นสองหลังจากเฮอร์ไมโอนี่แนะนำวิธีซ่อมออฟฟิสของ Yaxley และเหมือนคนที่เข้ามาในลิฟต์จะรู้จักแฮร์รี่ในร่างของ Albert จนลิฟต์เปิดที่ชั้นหนึ่ง คนสี่คนเข้ามา สองคนกำลังคุยกัน หนึ่งในนั้นแม่มดร่างเตี้ยหน้าตาคุ้นมากและตรงกับรูปพรรณสัณฐานของคนที่มันดันกัสบอกว่าให้ล็อกเก็ตไป เดินเข้ามาในลิฟต์พอดี
บท 13 The Muggle-born Registration Commission

อัมบริดจ์เข้ามาในลิฟท์พร้อมกับรัฐมนตรีแล้วทักทายเฮอไมโอนี ทำให้รูว่าเธอปลอมเป็นคนที่ต้องทำงานในศาลจดทะเบียนพวก Muggleborn พร้อมกับอัมบริด แฮรีจึงเหลือตัวคนเดียวที่ว่างไปค้นห้องทำงานอัมบริดจ์ ซึ่งอยู่ชั้นเดียวกับรัฐมนตรี พอออกจากลิฟท์มาพร้อมกันรัฐมนตรีก็ถามว่ามาทำไมชั้นนี้ เพราะไม่ใช่ แผนกของ Runcorn แฮรีก็โมเมไปว่าจะมาคุยกับ Mr.Weasley แต่ลงผิดชั้น รัฐมนตรีก็ไม่ว่าอะไร พอลับตาแฮรีก็เอา invisibility cloack มาพรางตัวแล้วเดินหาห้องอัมบริดจ์ หน้าห้องเจอพนักงานกำลังคัดลอกหนังสือของอัมบริดจ์ 2 คน คนนึงกำลังจะบ่นก็ถูกอีกคนห้ามไว้ พนักงานคนแรกเลยของขึ้นที่เพื่อนกลัวเกินเหตุ บอกว่านอกจากตาวิเศษแล้วยังมีหูวิเศษอีกเหรอถึงไม่ให้บ่น แฮรีได้ยินก็เหลือบไปเห็นตาวิเศษของ Mad-Eye ติดอยู่ที่ประตูห้องทำงานอัมบริดจ์ แฮรีจะเข้าไปค้นห้องก็ต้องไม่ทำให้พนักงานหน้าห้องรู้ตอนเปิดประตู เลยเอาระเบิดมาสร้างความวุ่นวายหน้าห้อง ระหว่างชุลมุนก็แอบเปิดประตูเข้าไปในห้อง เข้ามาถึงก็ฉกตา Mad-Eye ซึ่งอัมบริดจ์เอาไว้ใช้แอบดูพนักงงานหน้าห้องทำงานจากในห้อง แล้วใช้คาถา accio เรียก locket แต่ไม่มีอะไรมาจึงเริ่มค้นห้องด้วยตัวเอง ค้นไปค้นมาเจอแฟ้มของ Arther Weasley ให้รายละเอียดว่าเป็นครอบครัว pureblood ซึ่งกำลังถูกจับตาเพราะเคยให้ "Undesirable No.1" มาอยู่ด้วย

หลังจากค้นจนทั่วแน่ใจว่าไม่เจอแน่ รัฐมนตรีก็เข้ามาในห้อง แฮรีรีบคลุมผ้าแล้วแอบออกไประหว่างรัฐมนตรีทิ้งโน้ตไว้ให้อัมบริดจ์ ตอนนี้แฮรีคิดว่าไม่เจอ locket ในกระทรวงแน่ๆจึงจะถอยทัพ โดยลงลิฟท์ไปหาเฮอไมโอนีซึ่งตอนนี้อยู่ในศาล บังเอิญว่ารอนเข้ามาพอดีเพราะไม่สามารถแก้ฝนตกได้เลยต้องไปตามคนอื่นมาทำแทน พ่อรอนก็เข้ามาด้วยแล้วมีงกับแฮรีนิดหน่อย เพราะ Runcorn ที่แฮรีสวมรอยอยู่เป็นคนที่ทำเรื่องตรวจสอบพ่อมดที่ปลอมว่าตระกูลตัวเองเป็น pureblood แล้วเกิดไม่พอใจพ่อมดที่กระทรวงคนนึงเลยยัดข้อหาให้ไปนอนเล่นใน azkaban ทำให้พ่อรอนไม่พอใจ หลังจากแยกกันไป แฮรีสวมผ้าคลุมแล้วเดินหาศาล ระหว่างทางเจอ dementor กับพวก Muggleborn ที่กำลังรอขึ้นศาล พอประตูศาลเปิด Mary Cattemole ภรรยาของคนที่รอนสวมรอยก็ถึงคิวถูกเรียกเข้าไป แฮรีแอบตามเข้าไป พบว่าในศาลมี dementor อยู่เต็ม ส่วนคนสอบสวนก็คืออัมบริดจ์ พร้อมด้วย Yaxley (ซึ่งเป็น Death Eater) และ เฮอไมโอนี อัมบริดใช้ Patronus แมวเหมียวกันออรา dementor ไว้ระหว่างสอบสวนจึงไม่หดหู่พร้อมกับคนที่ถูกสอบ แฮรีค่อยๆปีนขึ้นไปหาเฮอไมโอนีแล้วกระซิบบอกแผน ขณะที่อัมบริดกำลังเมามันกับการสอบสวน แฮรีแอบเห็น locket อยู่กับอัมบริด เฮอไมโอนีก็แกล้งชมไปว่าสวยดี อัมบริดเลยโม้ให้ฟังว่าเป็น locket ตระกูลเธอ ซึ่งเป็นญาติกับตระกูล pureblood แฮรีได้ยินก็ฉุนขาดที่เอา locket ที่ริบมาจาก mundungus มาใช้แอบอ้าง pureblood ของตัวเอง เลยเสก stupefy ใส่ทั้งอิมบริดและ Yaxley แล้วรีบเก็บ Horcrux คืน เสก Patronus พา Mrs.Cattermole พร้อมกับ Muggleborn คนอื่นที่รอยู่หน้าศาลฝ่าฝูง dementor เพื่อหนีออกจากกระทรวง รอนเข้ามารวมด้วยแล้วบอกว่ากระทรวงรู้แล้วว่ามีคนบุกรุกเพราะเจอรูที่เคยเป็นลูกตา Mad-Eye หน้าห้องอัมบริด พอมาถึงชั้นเตาผิงก็เจอคนในกระทรวงกำลังปิดเตา แฮรีบอกให้หยุดโดยขู่จะยัดข้อหาแบบเดียวกับที่ทำกับพ่อมดคนก่อน แต่ยังไม่ทันได้หนี Yaxley ขึนลิฟตามมาทัน ทั้งสามรีบเข้าไปในเตา โดยมี Mrs.Cattermole ติดมาด้วย เพราะนึกว่ารอนเป็นสามีตัวจริง รอนจึงบอกความจริงไปว่าไม่ใช่สามี แฮรีเห็น Yaxley โผล่ตามออกมาจากเตาก็รีบจับแขนรอนกับเฮอไมโอนีแล้วพาหายตัวกลับไป Grimmald Place แต่ยังไม่ทันได้เข้าบ้านก็วูบไปซะก่อน

บท 13 จบแค่นี้ครับ ที่วูบไปอีกทีก็คือเฮอไมโอนีถูก Yaxley จับตัวไว้ ทำให้ Yaxley หายตัวมาโผล่ที่ Grimmald Place ด้วย เฮอไมโอนีรู้ว่า Yaxley ติดมาด้วยก็รีบสลัดหลุดแล้วพารอนกับแฮรีหายตัวไปโผล่ในป่าแทน การที่ Yaxley ติดมา Grimmald Place ก็คือฝ่า Fidelius Charm เข้ามาได้ ซึ่งจะทำได้ก็ต่อเมื่อ Secret Keeper เป็นคนบอกเท่านั้น ในเมื่อดัมเบิลดอร์ตายไปแล้วพวกเขาที่เหลือจึงกลายเป็น Secret Keeper แทน แล้วการให้ Yaxley มาเห็น Grimmald Place ก็คือการบอกความลับให้นั่นเอง ดังนั้น Grimmald Place จะไม่ถูกซ่อนไว้อีกแล้ว ทั้งสามคนจังไม่สามารถกลับไปอยู่ได้อีก
บทที่ 14 "หัวขโมย"

แฮรี่รู้สึกตัวขึ้นมากลางป่า เฮอไมโอนี่กำลังปฐมพยาบาลรอนที่สลบอยู่ เฮอไมโอนี่บอกว่าพวกเขาอยู่ในป่าที่เคยใช้จัดงานควิชดิชเวิร์ลคัพ เฮอไมโอนี่เอาน้ำยาจากในเป้หยดใส่รอน ไม่นานรอนก็ฟื้นขึ้นมา ทั้งสามคนซักถามกันว่าเกิดอะไรขึ้น เฮอไมโอนี่โทษว่าเป็นความผิดของเธอที่ปล่อยให้ Yaxley จับตัวเธอได้จนทำให้บ้านที่กริมโมเพรทถูกเปิดเผย แต่แฮรี่แก้ว่าเป็นความผิดของเขาเองต่างหากที่แอบหยิบตาของแมดอายมาทำให้พวกที่กระทรวงรู้ว่ามีคนบุกรุก พวกเขาตัดสินใจค้างคืนที่ป่านี้ เฮอไมโอนี่เสกคาถาป้องกันนับสิบคาถาไปรอบๆบริเวณ จากนั้นจึงเอาเต้นท์จากในเป้มากางเพื่อใช้เป็นที่พักชั่วคราว เฮอไมโอนี่เอาล๊อกเก็ตที่ฉกจากอัมบริดมาได้ออกมาเวียนกันดู มันยังไม่บุบสลาย

ทั้งสามคนพยายามเปิดล๊อกเก็ตแต่ไม่สำเร็จไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนก็ตาม แฮรี่ตัดสินใจเก็บล๊อกเก็ตไว้ก่อนแล้วค่อยหาวิธีทำลายทีหลัง แฮรี่กับเฮอไมโอนี่ใช้ผ้าคลุมล่องหนออกไปสำรวจรอบๆและเก็บเห็ดมากินประทังหิว รอนต้องนอนพักอยู่ในเต็นท์เพราะยังไม่หายดี ทุกอย่างดูเงียบสงบดีมาก ทั้งสองคนกลับเข้ามานอนพักกันในเต็นท์ แฮรี่นึดเป็นห่วงครีเชอร์ว่าจะเป็นยังไงบ้าง จะถูกจับได้หรือถูกทรมานให้บอกความลับหรือไม่ ครีเชอร์จะขายเขาหรือเปล่า แล้วแฮรี่ก็เจ็บแผลเป็นขึ้นมา เขาเห็น Gregorovitch ถูกจับแขวนไว้กลางอากาศ มีเสียงโวลเดอร์มอร์สั่งให้ Gregorovitch เอาของบางอย่างมาให้ แต่ Gregorovitch บอกว่าของถูกขโมยไปนานแล้ว โวลเดอมอร์ใช้คาถาอ่านความทรงจำของ Gregorovitch จึงได้เห็นว่ามีคนร้ายบุกเข้ามาขโมยของในบ้านของ Gregorovitch เป็นชายหนุ่มผมทองคนหนึ่ง Gregorovitch รู้ตัวแต่คนร้ายหลบหนีไปได้พร้อมของบางอย่าง

โวลเดอร์มอร์ถามว่าคนร้ายเป็นใคร แต่ Gregorovitch ไม่รู้ โวลเดอร์มอร์จึงลงมือทรมาน Gregorovitchเฮอไมโอนี่ได้ยินแฮรี่ร้องละเมอโวยวายจึงเรียกแฮรี่ให้ตื่นขึ้นมา เธอไม่พอใจที่รู้ว่าแฮรี่ยังเห็นภาพโวลเดอร์มอร์อยู่ แฮรี่เล่าเรื่องที่เห็นให้รอนฟัง เขาคิดว่า Gregorovitch คงถูกฆ่าตายแล้ว และของที่โวลเดอร์มอร์ต้องการต้องเป็นของสำคัญ แฮรี่คิดว่าเขาเคยเห็นขโมยคนนั้นมาก่อนแต่ยังนึกไม่ออกว่าเป็นใคร รอนเสนอความคิดว่าเป็นไปได้มั้ยว่าโวลเดอร์มอร์กำลังหาของมาทำ Horcrux อีกอันนึง แต่แฮรี่คิดว่าไม่ใช่ เพราะจากตำราที่เฮอไมโอนี่ค้นคว้า โวลเดอร์มอร์น่าจะแบ่งวิญญาณเพื่อทำ Horcrux จนถึงขีดจำกัดแล้ว

แฮรี่คิดว่าโวลเดอร์มอร์น่าจะกำลังพยายามหาทางแก้ไขข้อจำกัดของ wand ที่จะไม่ทำร้ายพี่น้องกันเองมากกว่าโดยการไปหาข้อมูลจากคนทำ wand แล้วก็ฆ่าทิ้ง แต่โวลเดอร์มอร์กลับไม่ถามถึงวิธีทำสุดยอด wand ที่แท้แล้วโวลเดอร์มอร์กำลัง

พยายามทำอะไรอยู่กันแน่ คราวนี้เป้าหมายการไล่ล่าคนต่อไปของโวลเดอร์มอร์ก็คือหัวขโมยหนุ่มผมทองคนนั้น
บทที่ 15 – The Goblin’s Revenge

พวกเขาต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ เปลี่ยนที่พักไปเรื่อย ๆ และหาอาหารทำกินเอง ซึ่งอัตคัดมาก ๆ แฮร์รี่ไม่สามารถเสกคาถาผู้พิทักษ์ที่เขาวชาญที่สุดได้ เฮอร์ไมโอนี่ตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นเพราะล๊อกเก็ต เพื่อแฮร์รี่ถอดออก เขาก็รู้สึกโล่งขึ้น พวกเขาเลยสลับกันสวมล็อกเก็ต พวกเขาปรึกษากันว่า Horcruxes ที่เหลือจะไปอยู่ที่ไหนได้บ้าง ซึ่งก็นึกกันไม่ออก และสภาพจิตใจของพวกเขาก็ย่ำแย่มาก โดยเฉพาะเวลาที่ใส่ล็อกเก็ตและรอนก็เริ่มหงุดหงิด และเป็นห่วงที่บ้านมาก ๆ จนพาลทะเลาะในเรื่องอาหารการกินที่เฮอร์ไมโอนี่จะไม่ค่อยถนัดระหว่างที่เถียงกัน พวกเขาได้ยินเสียง จึงใช้ Extendable Ears (หูที่ฟังเสียงไกล ๆ ได้ของเฟร็ดจอร์จน่ะค่ะ) แอบฟัง พบว่าเป็นพวกก๊อบลินและชายสามคนที่กำลังหลบหนีกระทรวงอยู่ในนั่ง

พักกินอาหารกันแถว ๆ นั้น สามคนคือเท็ด (พ่อของท๊องก์) ดีน โธมัส และ เดิร์ก ทั้งสามเป็นคนที่เกิดจากมักเกิ้ล และไม่ยอมไปลงทะเบียน .. พวกก๊อบลินบอกว่าพวกเขาไม่ยุ่งหรือเข้าข้างใดเพราะเป็นเรื่องสงครามของพ่อมด แต่ Gringott ก็ไม่ได้อยู่ในความควบคุมของก๊อบลินแต่เพียงผู้เดียวอีกแล้ว พวกมันไม่ชอบผู้ใต้คำสั่งพ่อมด ก็เลยถือโอกาสแก้แค้นพวกพ่อมด ก๊อบลินเล่าข่าวเรื่องจินนี่และเพื่อน ๆ พยายามขโมยดาบกริฟฟินดอร์จากห้องทำงานของสเนป (ห้องอาจารย์ใหญ่นั่นล่ะค่ะ) สเนปเลยเห็นว่าที่โรงเรียนไม่ปลอดภัย เลยเอาฝากไว้ที่ Gringott .. ดาบนั้นพวกก๊อบลินเป็นคนสร้างขึ้น ก๊อบลินได้รู้ทันทีว่าดาบเป็นของปลอม แต่พวกมันก็ไม่ได้พูดอะไร แก้แค้นพวกพ่อมดให้คิดว่าพวกเขามีดาบของจริงอยู่

หลังจากนั้น เฮอร์ไมโอนี่ก็เอารูปของ Phineas Nigellus Black ออกมาจากกระเป๋า (มหัศจรรย์) และสอบถามเขาเรื่องจินนี่กับดาบ .. จินนี่ เนวิลล์และลูน่าถูกทำโทษให้ไปทำงานให้แฮกริดในป่าต้องห้าม ส่วนเรื่องดาบ ซึ่งเขาบอกว่า ครั้งสุดท้ายที่เห็นดาบถูกเอาออกไป (ไม่นับที่จินนี่ขโมย) คือเมื่อดัมเบิลดอร์หยิบดาบไปทำลายแหวน … นั่นทำให้แฮร์รี่และเฮอร์ไมโอนี่ตกใจและตื่นเต้นมากที่ทราบว่าดาบสามารถทำลาย Horcruxes ได้ และพวกเขาพยายามนึกว่าดาบเล่มจริงตอนนี้อยู่ที่ไหน

แต่ในตอนนั้น รอน ที่ใส่ล็อกเก็ตและจิตใจห่อเ่ยวมาก กลับไม่สนใจความตื่นเต้นของพวกเขา และพูดจากระแนะกระแหน๋ ทำให้แฮร์รี่เหลืออด เพราะเขาเองก็เห็นรอนกับเฮอร์ไมโอนี่ซุบซิบกันและเงียบเสียงทันทีที่เขาเข้าไปหาเหมือนกัน พวกเขาทะเลาะกันจนเฮอร์ไมโอนี่เสกโล่ห์ขึ้นกันพวกเขาออกจากกัน รอนถอดล็อกเก็ตออก และถามเฮอร์ไมโอนี่ ว่าจะอยู่หรือเปล่า เฮอร์ไมโอนี่บอกอย่างตะกุกตะกักว่าเธอจะอยู่ พวกเขาต้องอยู่ช่วยแฮร์รี่ รอนกลับบอกว่า เธอเลือกแฮร์รี่ แล้วก็เดินออกจากเต็นท์และหายตัวไปท่ามกลางพายุ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: